ฝึกสมองโดยใช้ Flash card ดีจริงหรือ

 

 

ฝึกสมองโดยใช้ Flash card ดีจริงหรือ

 

เพิ่มเพื่อน

 

ฝึกสมองโดยใช้ flash card ดีจริงหรือ?

 

การฝึกสมองโดยใช้ flash card ให้กับเด็ก ๆ กำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้ปกครองโซนแถบเอเชียเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่เราจะมาพูดถึงการทำงานของ flash card ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของสมอง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของสมอง และการฝึกสมองที่ถูกวิธีนั้นจะก่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กอย่างไรบ้าง 

 

"flash cards"

 

การฝึกสมองอย่างถูกวิธีคืออะไร 

 

สมองของเด็กแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ซีก คือด้านซีกซ้ายและซีกขวา การทำงานของสมองฝั่งซ้ายจะควบคุมการทำหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ทางด้านภาษา การคิดวิเคราะห์ ตัวเลข และ การประมวลผลข้อมูลอย่างช้า ๆ แต่ในทางตรงกันข้าม สมองฝั่งขวาจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการมองภาพ สัญชาตญาณ ศิลปะ และการประมวลผลข้อมูลในอัตราที่เร็วกว่าเมื่อเทียบกับสมองฝั่งซ้าย 

 

การที่เด็ก ๆ มีสมองซีกขวาที่แข็งแรงจะช่วยให้เด็ก ๆ มีความสามารถในการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับ การจำภาพ การอ่านเร็ว และเล่นดนตรี ได้อย่างดี ทำให้เด็ก ๆ สามารถซึบซับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพผลการเรียนทางด้านวิชาการ มีสมาธิและการจดจ่อที่ดี ซึ่งในหลายประเทศ เช่น สิงค์โปร์ จะเน้นให้เด็ก ๆ มีทักษะของการคิดวิเคราะห์ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการใช้สมองซีกซ้าย เพื่อใช้ในการสอบ การแข่งขัน หรือสำหรับทักษะการคิดวิเคราะห์ระดับสูง 

 

แล้วการฝึก Flash cards เป็นการฝึกสมองที่ถูกวิธีหรือไม่

 

การใช้ flash cards ถูกคิดค้นที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อประมาณปี 2523 โดยเทคนิคการใช้ flash cards ที่รวดเร็วนี้ คือรูปแบบเทคนิคในการฝึกสมองให้เด็กในช่วงวัยหัดเดิน โดยเน้นที่การฝึกสมองซีกขวา ซึ่งหลายท่านเชื่อว่า วิธีนี้ จะช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้และจำภาพคำศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว แต่วิธีนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กจริงหรือ 

 

เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่า ว่า…

 

สมองทั้ง 2 ซีกนั้น ต่างทำหน้าที่และมีความความสำคัญเท่ากัน 

 

อันดับแรกเลยก็คือ ทฤษฎีเกี่ยวกับสมองซีกซ้ายและซีกขวานั้นได้มีการกล่าวถึงในงานวิจัยอย่างมากมาย แต่ในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราสามารถสแกนสมองและดูภาพของสมองได้แล้ว นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องและเห็นการเชื่อมโยงของสมองหลายด้านทำงานพร้อมกัน และมีน้อยมากที่สมองจะเรียนรู้และทำงานทีละด้านเดียวโดยที่ไม่เชื่อมโยงส่วนอื่นเลย 

 

จากการศึกษาของ Jeff Anderson ผู้เป็นนักเขียนและศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาที่มหาวิทยาลัย Utah กล่าวไว้ว่า “ในการศึกษาตามหลักประสาทวิทยานั้น เราไม่ยอมรับกับความคิดที่ว่า คนคิดว่า เป็นคนถนัดสมองซีกขวา หรือ ถนัดสมองซีกซ้าย มากกว่ากัน มันอาจจะจริงอยู่ที่การทำงานของสมองอาจจะเกี่ยวข้องกับสมองซีกใดซีกหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า สมองซีกนั้นจะทำงานได้ดีหรือมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่พึ่งพาสมองอีกซีกเลย”

 

"flash cards"

 

การฝึก Flash cards ไม่ได้เป็นวิธีที่ช่วยให้สมองพัฒนาอย่างถูกวิธี 

 

มีการศึกษาและงานวิจัยออกมามากมายเกี่ยวกับการที่เด็ก ๆ คอยมองสิ่งที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น มองภาพผ่านจอทีวี หรือการดูทีวีนั้น สามารถกระทบพัฒนาการเรียนรู้ของสมองเด็ก เช่นเดียวกันกับกิจกรรมที่ฝึกกับ flash cards กิจกรรมนี้จะกระทบกับสมองและการเรียนรู้ของเด็กวัยเริ่มหัดเดินที่ไม่เป็นระบบ จะส่งผลต่อการมีสมาธิและการจดจ่ออย่างต่อเนื่อง 

 

นอกจากนั้นแล้ว การใช้ flash cards ยังเป็นวิธีที่ขัดกับธรรมชาติในการเรียนรู้ของเด็ก และทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์ในการโต้ตอบกับเด็กอีกด้วย การใช้ flash cards เป็นเพียงการโชว์รูปภาพหรือสิ่งของให้กับเด็กเท่านั้น แต่เด็กจะไม่สามารถเรียนรู้และนำไปเชื่อมโยงกับสิ่งของในชีวิตจริงได้ 

 

ซึ่งโดยส่วนใหญ่ การเรียนรู้แบบท่องจำนั้น จะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ของสมอง การเรียนรู้แบบ flash cards เป็นวิธีการท่องจำมากกว่าการพยายามที่จะสื่อสารแบบมีปฎิสัมพันธ์ การใช้ภาษา หรือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน ซึ่งจะเป็นทักษะที่สำคัญที่เด็กต้องใช้ในอนาคต 

 

การใช้ flash cards จะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของสมองเด็กในการรับรู้ข้อมูลที่มากเกินไป เปรียบสเมือนเวลาที่เราได้รับอีเมลจำนวนมาก แถมยังมีข้อความหรือเบอร์โทรจากมือถือเข้ามาในเวลาเดียวกัน สมองของคุณจะเริ่มว่างเปล่า เพราะเราพยายามที่จะประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ให้ได้ในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกัน ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังเรียนรู้ผ่าน flash cards อยู่นั้น พวกเขาก็จะรู้สึกเช่นเดียวกันและยิ่งถ้าไม่มีการปฏิสัมพันธ์อย่างอื่นด้วยแล้ว การฝึกแบบนี้ยิ่งส่งผลเสียต่อสมองของเด็ก

 

ปัญหาจากการดูภาพเคลื่อนไหวที่อยู่บนหน้าจอทีวีนั้น จะส่งผลให้ซินแนปส์ synapses ในสมองพยายามที่จะเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน ซึ่งภาพเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปมาเร็ว ๆ บนหน้าจอนี้ จะทำให้เด็กไม่สามารถจ้องมองภาพได้เต็ม ๆ สิ่งนี้จะส่งผลให้สมองเกิดความสับสนในการจัดเรียงข้อมูล การเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงของภาพบนจอทีวีอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ความสามารถในการพัฒนาสมาธิของเด็กนั้นสั้นลง ยากที่จะโฟกัส หรือควบคุมการนั่งให้นิ่งได้นาน

 

นี่คือสาเหตุที่ทำให้สมาคมกุมารแพทย์แห่งอเมริกา (American Academy of Paeditrics AAP) ออกกฏมาเมื่อปี 2542 ถึงกุมารแพทย์เพื่อเรียกร้องให้ผู้ปกครองทุกคนที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี หลีกเหลี่ยงเด็กจากการดูโทรทัศน์ และคำแถลงนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งโดย AAP ในปี 2556

 

เพิ่มเพื่อน

 

Flash cards ทำให้การเรียนรู้บริบทหายไป 

เมื่อเด็กแรกเกิดได้รับการสอนจาก flash cards พวกเขายังไม่สามารถนำข้อมูลที่ได้นั้นมาใช้ได้จริง เพราะว่าเด็ก ๆ อาจจะท่อง 3+3 = 6 ได้ แต่ไม่สามารถที่จะนำมาปรับใช้กับบริบทอื่น ๆ ได้ ตัวอย่าง เช่น เมื่อเด็กได้รับลูกอมมา 3 ชิ้น เขาอาจจะไม่รู้วิธีคิดที่จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้เพิ่มเป็น 6 ชิ้น ดังนั้นการฝึกแบบ flash cards จึงเป็นการฝึกที่แยกการแก้ปัญหาออกจากชีวิตจริง การฝึกหรือเรียนรู้โดยที่ไม่สามารถนำไปปรับใช้กับบริบทหรือชีวิตจริงได้ จะทำให้เด็กไม่สามารถวิเคราะห์หรือมององค์ประกอบในการเรียนรู้ภาพรวมอื่น ๆ ได้ 

 

แล้วทำไม flash cards จึงเป็นที่นิยม

การคิดค้นเทคนิคการฝึกสมองซีกขวาเกิดขึ้นเพราะเชื่อว่า สมองซีกซ้ายนั้นประมวลผลได้ช้า ซึ่งในขณะที่สมองซีกขวานั้นสามารถรับรู้ข้อมูลได้เร็วกว่า  มีจินตนาการ และมองภาพได้มากกว่า จึงได้มีการคิดค้นการฝึกสมองซีกขวาขึ้นมา เพราะฉะนั้นการฝึกแบบ flash cards จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพึงระวัง เพราะจะต้องทำในอัตราความเร็วที่เร็วมาก (0.5 วินาทีหรือน้อยกว่า / การ์ด) หากทำในอัตราความเร็วที่ช้า สมองซีกซ้ายก็จะเข้ามาทำหน้าที่แทน และสมองของเด็กจะเริ่มเรียนรู้รายละเอียดของภาพซึ่งจะทำให้ขัดกับเทคนิคการฝึกของ flash cards นั่นเอง 

 

การฝึกสมองอย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจาก flash cards 

ปัจจุบัน มีวิธีการฝึกสมองให้มีประสิทธิภาพอย่างมากมายนอกเหนือจากการฝึกแบบ flash cards การฝึกสมองแบบ Whole Brain Training ได้ถูกคิดค้นเพื่อให้การเรียนรู้ครอบคลุมสมองทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาการที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการทางร่างกายด้วย เป็นวิธีการฝึกที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาซึ่งทักษะการพูด ภาษา ความจำ การประมวลผล และการคิดวิเคราะห์ หากผู้ปกครองรู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมให้ลูก ๆ ฝึกสมองให้ครบทุกด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และฝึกอย่างถูกวิธีกันนะคะ  เพิ่มเติม

 

ที่ BrainFit เรา  พัฒนาศักยภาพสมอง การเรียนรู้ และความจำ  ของเด็ก ๆ ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ มีทักษะพื้นฐานที่แข็งแรงและพร้อมเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันข้างหน้า! 

 

 

จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ และ อาทิตย์  

02-656-9938 / 02-656-9939 02-656-9915

วันพฤหัสบดี-วันศุกร์  091-774-3769

LINE: @brainfit_th 

 

ปรึกษาฟรี หรือ ทดลองเรียนฟรี