Multitasking ดีต่อการเรียนรู้ของเด็กจริงหรือ?

 

 

Multitasking ดีต่อการเรียนรู้ของเด็กจริงหรือ?

 

 

Multitasking ดีต่อการเรียนรู้ของเด็กจริงหรือ? หลายท่านคงเคยได้ยินมาว่า การทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน จะส่งผลดีต่อการทำงาน เพราะสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างได้พร้อม ๆ กัน แต่ในทางมุมมองของการเรียนรู้แล้วนั้น คำว่า multitasking สามารถส่งผลเสียต่อพัฒนาการสมองและความสามารถทางการเรียนรู้ได้ 

 

เด็ก ๆ ที่เติบโตมาในโลกยุคดิจิตอลนี้ โตมากับการต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ในระหว่างการดูทีวี ก็เล่นเกมไปด้วย แถมบางคนยังทำการบ้านไปอีกในเวลาเดียวกัน เราอาจจะมองว่า มันก็เป็นเรื่องปกติทั่วไปที่จะเห็นเด็ก ๆ ทำแบบนี้บ่อย ๆ แต่ผู้ปกครองจะรู้ไหมว่า การทำแบบนี้บ่อย ๆ จะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้ 

จากการงานวิจัยพบว่าการ Multitask ในสมองมนุษย์นั้น จริง ๆ แล้ว สมองจะต้องทำงานสลับข้อมูลไปมา กลับไปกลับมา อาจจะเร็วมากในระดับ 0.วินาที เช่น ในขณะที่เราเขียนอีเมล ก็คุยโทรศัพท์ไปด้วย ตามงานวิจัยชี้ว่า การทำงานที่สลับไปมาไม่กี่ครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่าผู้ใหญ่ที่ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง มีผลทดสอบพบว่า ระดับ IQ เฉลี่ยลดลงด้วย เทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยเด็กอายุ 8 ขวบเลยทีเดียว เนื่องจากสมองประมวลผล และดึงข้อมูลมาใช้จนสับสน ทำให้ประสิทธิภาพในการการประมวลผลช้าลง

 

แล้วการทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ส่งผลเสียต่อ การเรียนรู้ของเด็ก อย่างไรบ้าง 

 

  • มีโอกาสเป็นผู้เรียนรู้ช้า เพราะว่าสมองสั่งการให้ต้องทำงานหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน โอกาสในการรับรู้ข้อมูลทั้งหมดจึงอาจหลงลืม และทำได้ช้า 
  • ทักษะความจำสั้น เด็ก ๆ อาจจะไม่สามารถจดจำข้อมูลหรือเรียกนำข้อมูลกลับมาใช้ เพราะต้องแยกสมาธิในการจดจ่อ 
  • โอกาสในการทำงานให้เสร็จมีน้อยลง ในขณะที่คนอื่น ๆ คิดว่าการทำอะไรหลายอย่างพร้อม ๆ กัน จะทำให้สามารถทำงานต่าง ๆ เสร็จเร็วขึ้น แต่นักวิทยาศาตร์กล่าวว่า กลับทำให้ประสิทธิภาพของงานที่ได้ลดลง และมีโอกาสทำให้คนคนนั้นมีสมาธิและการจดจ่อน้อยลง เนื่องจากจะต้องสลับการทำงานของสมองสลับไปมา 
  • เหนื่อยล้าง่าย เช่นเดียวกับการออกกำลังกายและทำหลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน จะทำให้สมองเหนื่อยล้าง่ายเร็วกว่าคนทั่วไป และยังทำให้เกิดความรู้สึกเครียดอีกด้วย 
  • ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง เพราะสมองจะต้องถูกแบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ ทำให้การรับรู้ข้อมูลขาดความรอบคอบ และละเอียดถี่ถ้วน .

 

นักวิจัยกล่าวว่า การทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกันจะส่งผลเสียต่อสมองอย่างมาก และยังส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กที่โรงเรียนด้วย (Poldrack 2006) จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน จะเรียนรู้ได้ช้ากว่าผู้ที่ตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เนื่องจากสมองได้ทำการจดจ่อเต็มที่ สามารถโฟกัสกับสิ่งที่ทำได้ดี เนื่องจากไม่มีสิ่งอื่นมารบกวนหรือทำให้ต้องวอกแวกหรือเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่ายกว่าการทำอะไรหลาย ๆ อย่างไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นแล้ว การทำหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ยังส่งผลกระทบต่อทักษะทางด้านความจำในระยะยาวได้อีกด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักเรียน ไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้ไม่เพียงพอที่โรงเรียน

ในบางครั้งเราอาจปฏิเสธได้ยากว่า การทำอะไรได้หลายอย่างในเวลาเดียวจะส่งผลดีต่อการทำงานของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อควรพึงระวังถึงผลเสียที่จะได้รับตามมาภายหลัง ซึ่งผู้ปกครองควรตระหนักและให้การดูแลเด็ก ๆ ให้เรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงการทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เพื่อฝึกให้เด็กได้จดจ่อและมีสมาธิกับสิ่ง ๆ หนึ่งอย่างเต็มที่ 

 

สำหรับเด็กที่มี อาการสมาธิสั้น ADHD ผู้ปกครองควรส่งเสริมด้วยการจัดหาโต๊ะทำการบ้านหรือพิ้นที่โล่ง ๆ ที่ไม่มีสิ่งของหรืออุปกรณ์ใดที่ไม่จำเป็นอยู่ในบริเวณนั้น ควรฝึกให้เด็กวางสิ่งของที่จำเป็นที่จะต้องใช้สำหรับการทำงานหรือการบ้านนั้น ๆ เพราะการจำกัดสิ่งของให้เด็กเห็น จะช่วยลดโอกาสให้เด็กวอกแวกน้อยลง 

นอกจากนั้นแล้ว ผู้ปกครองควรจัดสรรเวลาและตารางในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้กับเด็ก ๆ เพื่อให้งานนั้น ๆ เสร็จในช่วงเวลาที่กำหนด นอกจากจะเป็นการช่วยให้เด็ก ๆ ได้โฟกัสและจดจ่ออยู่กับสิ่ง ๆ นั้นแล้ว ยังช่วยฝึกให้เด็กรู้จักการบริหารเวลาอีกด้วย และยังสามารถช่วยให้งานนั้น ๆ เสร็จภายในเวลาที่กำหนด เป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็ก ๆ วอกแวกน้อยลงหรือสนใจสิ่งอื่น ๆ น้อยลง ทำให้งานเสร็จทันเวลาที่กำหนด

 

ยังมีวิธีอีกมากมายที่สามารถช่วยให้เด็ก ๆ หลีกเลี่ยงการทำงานหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนรู้ของพวกเขา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และทำความเข้าใจถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนให้มากที่สุด เพราะเด็ก ๆ แต่ละคนจะมีประสิทธิภาพทางการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน หากผู้ปกครองลองสังเกตและให้คำแนะนำที่ดี ก็จะสามารถช่วยให้การเรียนรู้และการมีสมาธิจดจ่อของเด็ก ๆ ดีขึ้นตามไปด้วย 

 

ที่ BrainFit เรามีคอร์สพัฒนาสมาธิเด็กสำหรับเด็ก 3-18 ปี ฝึกเพื่อช่วยให้เด็กมีสมาธิและจดจ่อกับการทำกิจกรรมและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก...

 

 

คอร์สพัฒนาสมองและสมาธิเด็ก

โปรโมชั่น ลดสูงสุด 30% แถมฟรี อีก 4 ครั้ง

หมดเขต 30 .. 2563 เท่านั้น!

 

------------------

 

ติดต่อขอทดลองเรียน ฟรี!

จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ และ อาทิตย์  02-656-9938

วันพฤหัสบดี-วันศุกร์  091-774-3769

LINE: @brainfit_th

 

Contact Us

If you would like to have your child attend our course, or you would simply like more information, please contact us today.

BrainFit Studio Thailand 2nd floor, Ploenchit Center,
Sukhumvit Soi 2, Bangkok 10110BTS Ploenchit Station Exit 4